<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
<title>Vol 8, No 1 (2014)</title>
<link href="http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/104" rel="alternate"/>
<subtitle/>
<id>http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/104</id>
<updated>2026-05-16T23:50:39Z</updated>
<dc:date>2026-05-16T23:50:39Z</dc:date>
<entry>
<title>การศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์หมวดอาหารและ เครื่องดื่มโดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์TWFP, F&amp;D, MINT, SAUCE, TF, HTC</title>
<link href="http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/234" rel="alternate"/>
<author>
<name>ณัฐกิจ จีนา</name>
</author>
<author>
<name>กิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ</name>
</author>
<author>
<name>มหาวิทยาลัยรามคำแหง. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสาหรับผู้จัดการยุคใหม่.</name>
</author>
<id>http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/234</id>
<updated>2016-09-21T09:07:55Z</updated>
<published>2014-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์หมวดอาหารและ เครื่องดื่มโดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์TWFP, F&amp;D, MINT, SAUCE, TF, HTC
ณัฐกิจ จีนา; กิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ; มหาวิทยาลัยรามคำแหง. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสาหรับผู้จัดการยุคใหม่.
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.) เพื่อศึกษาอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของแต่ละหลักทรัพย์หมวดอาหาร&#13;
และเครื่องดื่ม และ 2.) เพื่อเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง ภายใต้แบบจำลองการกำหนดราคาหลักทรัพย์ (Capital&#13;
Asset Pricing Model; CAPM) กับอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงของหลักทรัพย์หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมีหลักทรัพย์&#13;
ในการศึกษา คือ หลักทรัพย์กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์&#13;
แห่งประเทศไทย ด้วยวิธีการสุ่มเลือกหลักทรัพย์ จ านวน 6 หลักทรัพย์ ได้แก่ TWFP, F&amp;D, MINT, SAUCE, TF และ HTC&#13;
ทำการศึกษาโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิเป็นรายวัน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ระยะเวลา 489 วันทำ&#13;
การ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ การวิเคราะห์จากทฤษฎีการกำหนดราคาหลักทรัพย์CAPM (Capital Asset Pricing&#13;
Model) ผลการศึกษาพบว่า หลักทรัพย์หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ที่นักลงทุนตัดควรสินใจลงทุน มีจำนวน 4 หลักทรัพย์&#13;
ได้แก่ TWFP, F&amp;D, MINT และ HTC เนื่องจากหลักทรัพย์เหล่านี้เป็นหลักทรัพย์ที่มีราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น (Undervalued)&#13;
เมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง ณ ระดับความเสี่ยงเดียวกันกับเส้นตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่หลักทรัพย์ที่นักลงทุน&#13;
ไม่ควรตัดสินใจลงทุน มีจ านวน 2 หลักทรัพย์ คือ SAUCE และ TF เนื่องจากเป็นหลักทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น&#13;
(Overvalued) เมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง ณ ระดับความเสี่ยงเดียวกันกับเส้นตลาดหลักทรัพย์2&#13;
)
</summary>
<dc:date>2014-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์KCAR, OSK, UOBKH, ASP, FSS และ KGI</title>
<link href="http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/233" rel="alternate"/>
<author>
<name>จุฑามาส แต่ประเสริฐ</name>
</author>
<author>
<name>กิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ</name>
</author>
<author>
<name>มหาวิทยาลัยรามคำแหง. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้จัดการยุคใหม่.</name>
</author>
<id>http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/233</id>
<updated>2016-09-21T08:59:02Z</updated>
<published>2014-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์KCAR, OSK, UOBKH, ASP, FSS และ KGI
จุฑามาส แต่ประเสริฐ; กิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ; มหาวิทยาลัยรามคำแหง. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้จัดการยุคใหม่.
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่ได้รับ&#13;
ของหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์กับความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่ได้รับของ&#13;
ตลาด 2.) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง กับอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของหลักทรัพย์&#13;
กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ ภายใต้แบบจำลองการกำหนดราคาหลักทรัพย์ CAPM ซึ่งมี&#13;
หลักทรัพย์ในการศึกษา คือ หลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาด&#13;
หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวน 6 หลักทรัพย์ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด&#13;
(มหาชน)/ KCAR, บริษัทหลักทรัพย์ โอเอสเค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)/ OSK, บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบีเคย์&#13;
เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)/ UOBKH, บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน)/ ASP, บริษัท&#13;
หลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)/ FSS และบริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)/&#13;
KGI ทำการศึกษาข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 ถึง 31 ธันวาคม 2555 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่&#13;
การวิเคราะห์จากทฤษฎี CAPM (Capital Asset Pricing Model) ผลการศึกษาพบว่า ความเสี่ยงของหลักทรัพย์&#13;
กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ทั้งหมดมีความเสี่ยงสูงกว่าตลาด โดยที่ความเสี่ยงของตลาด&#13;
หลักทรัพย์ มีค่าเท่ากับ 1.327 เมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงของหลักทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุน&#13;
และหลักทรัพย์ในด้านอัตราผลตอบแทนของตลาดมีค่าเท่ากับ 0.066 เปรียบเทียบกับความเสี่ยงของหลักทรัพย์&#13;
ในกลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์สามารถจำแนกออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ หลักทรัพย์ที่ให้อัตรา&#13;
ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด มีเพียงหลักทรัพย์เดียว คือ OSK และหลักทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด มี&#13;
จำนวน 5 หลักทรัพย์ คือ UOBKH, ASP, KCAR, FSS และ KGI การเปรียบเทียบค่า สัมประสิทธิ์เบต้าของ&#13;
หลักทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์มีหลักทรัพย์จำนวน 5 หลักทรัพย์ ที่มีค่า&#13;
สัมประสิทธิ์เบต้า (Beta Coefficient;)เป็นบวก กล่าวคือ อัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปใน&#13;
ทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนของตลาด ได้แก่ KGI ส่วนหลักทรัพย์ที่มีค่าสัมประสิทธิ์เบต้า (Beta&#13;
Coefficient;) เป็นลบ กล่าวคือ อัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงกันข้ามกับอัตรา&#13;
ผลตอบแทนของตลาดได้แก่ OSK และจากการแบ่งแยกความเสี่ยงรวมพบว่าหลักทรัพย์ทั้งหมด มีค่าความเสี่ยงที่&#13;
เป็นระบบน้อยกว่า ค่าความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ เมื่อน าอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง (Ri&#13;
) กับอัตราผลตอบแทน&#13;
ที่คาดหวังตามทฤษฎี CAPM (E(Ri&#13;
)) มาเปรียบเทียบกัน ปรากฎว่าหลักทรัพย์ที่นักลงทุนตัดสินใจลงทุน มีจำนวน&#13;
2 หลักทรัพย์ ได้แก่ KCAR และ OSK ส่วนหลักทรัพย์ที่มีนักลงทุนตัดสินใจไม่ลงทุน มีจำนวน 4 หลักทรัพย์ คือ&#13;
UOBKH, ASP, FSS และ KGI
</summary>
<dc:date>2014-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจ การเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษา หลักทรัพย์ ECL, ML, TNITY, ASK, FNS และCGS</title>
<link href="http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/232" rel="alternate"/>
<author>
<name>จุฑามาศ ถวิลอำพันธ์</name>
</author>
<author>
<name>กิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ</name>
</author>
<author>
<name>มหาวิทยาลัยรามคำแหง. คณะบริหารธุรกิจ. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้จัดการยุคใหม่.</name>
</author>
<id>http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/232</id>
<updated>2016-09-21T08:47:20Z</updated>
<published>2014-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจ การเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษา หลักทรัพย์ ECL, ML, TNITY, ASK, FNS และCGS
จุฑามาศ ถวิลอำพันธ์; กิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ; มหาวิทยาลัยรามคำแหง. คณะบริหารธุรกิจ. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้จัดการยุคใหม่.
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่ได้รับ&#13;
ของหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ กับความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่ได้รับของ&#13;
ตลาด 2.เพื่อศึกษาเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนที่ต้องการกับอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของกลุ่มธุรกิจการเงิน&#13;
หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีหลักทรัพย์ที่ใช้ในการศึกษา คือ&#13;
หลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ จำนวน 6 หลักทรัพย์ ได้แก่ ECL, ML, TNITY, ASK,&#13;
FNS และ CGS ทำการศึกษาโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิเป็นรายวัน ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2554 - 28 ธันวาคม 2555&#13;
รวมเป็นระยะเวลา 489 วันทำการ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบจำลองการตั้งราคาหลักทรัพย์ Capital&#13;
Asset Pricing Model (CAMP) ผลการศึกษาพบว่า หลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์&#13;
ที่ผู้ลงทุนควรจะลงทุนซื้อมี 5 หลักทรัพย์คือ ECL, ML, TNITY, ASK และ CGS โดยหลักทรัพย์เหล่านี้มีมูลค่าต่ำ&#13;
กว่าที่ควรจะเป็น (Undervalued) ส่วนหลักทรัพย์ที่ควรจะขายมี 1 หลักทรัพย์ คือ FNS โดยหลักทรัพย์เหล่านี้มี&#13;
มูลค่าสูงกว่าที่ควรจะเป็น(Overvalued) หลักทรัพย์ ECL, ML, TNITY, ASK, FNS และ CGS มีค่าสัมประสิทธิ์&#13;
เบต้า น้อยกว่า 1 แต่มากกว่า 0 มีความสัมพันธ์ในเชิงบวก กล่าวคือ หลักทรัพย์ดังกล่าวมีความเสี่ยงน้อยกว่า&#13;
ตลาด ซึ่งแสดงว่า ผลตอบแทนของหลักทรัพย์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกันกับผลตอบแทนของตลาด&#13;
ในสัดส่วนที่น้อยกว่า กล่าวได้ว่าเป็นหลักทรัพย์เชิงรับ (Defensive Security)
</summary>
<dc:date>2014-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์YUASA, BOL, BROOK, PHOL, BROOK, TRC และ TRT</title>
<link href="http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/231" rel="alternate"/>
<author>
<name>หัตถิยา ศรีสวัสดิ์</name>
</author>
<author>
<name>มหาวิทยาลัยรามคำแหง. คณะบริหารธุรกิจ. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้จัดการยุคใหม่ .</name>
</author>
<id>http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/231</id>
<updated>2016-09-21T08:43:54Z</updated>
<published>2014-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์YUASA, BOL, BROOK, PHOL, BROOK, TRC และ TRT
หัตถิยา ศรีสวัสดิ์; มหาวิทยาลัยรามคำแหง. คณะบริหารธุรกิจ. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้จัดการยุคใหม่ .
การศึกษาในครั้งนี้เป็นการศึกษาเรื่อง การเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของ&#13;
หลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์ YUASA, BOL, PHOL, BROOK,&#13;
TRC และ TRT จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของ&#13;
หลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI กับความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของตลาด และเพื่อศึกษาเปรียบเทียบอัตรา&#13;
ผลตอบแทนที่คาดหวังโดยใช้ทฤษฎีCAPM กับอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงของหลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI&#13;
จำนวน 6 หลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัท ยัวซ่าแบตเตอรี่ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (YUASA) บริษัท บิซิเนส&#13;
ออนไลน์ จำกัด (มหาชน) (BOL) บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (PHOL) บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด&#13;
(มหาชน) (BROOK) บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (TRC) บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)&#13;
(TRT) ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 489 วันทำการ โดยใช้&#13;
รูปแบบการกำหนดราคาสินทรัพย์ทุน (Capital-Asset Pricing Model : CAPM) เป็นเครื่องมือทดสอบ&#13;
ความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของแต่ละหลักทรัพย์เพื่อทำการตัดสินใจเลือกลงทุน ผล&#13;
การศึกษาพบว่า ความเสี่ยงของหลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI ทั้งหมดมีอัตราความเสี่ยงสูงกว่าตลาด ในด้าน&#13;
อัตราผลตอบแทนของตลาดเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI สามารถ&#13;
จำแนกออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ หลักทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าตลาด มีจำนวน 4 หลักทรัพย์คือ&#13;
YUASA, PHOL, BOL และ TRC ขณะที่หลักทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดมีจำนวน 2 หลักทรัพย์&#13;
คือ TRT และ BROOK ทั้งนี้จากการศึกษาค่าสัมประสิทธิ์เบต้า พบว่า ทุกหลักทรัพย์ มีค่าสัมประสิทธิ์เบต้า&#13;
(Beta Coefficient; ) เป็นบวก กล่าวคือ อัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกับ&#13;
อัตราผลตอบแทนของตลาด จากการแบ่งแยกความเสี่ยงรวมพบว่า หลักทรัพย์ทั้งหมด มีค่าความเสี่ยงที่เป็น&#13;
ระบบน้อยกว่า ค่าความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ เมื่อนำอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง (Ri) กับอัตราผลตอบแทนที่&#13;
คาดหวังตามทฤษฎี CAPM (E(Ri)) มาเปรียบเทียบกัน ปรากฎว่าหลักทรัพย์ที่นักลงทุนตัดสินใจลงทุน มีจำนวน 4&#13;
หลักทรัพย์ ได้แก่ YUASA, BOL, BROOK และ TRC ส่วนหลักทรัพย์ที่มีนักลงทุนตัดสินใจไม่ลงทุน มีจำนวน 2&#13;
หลักทรัพย์ คือ PHOOL และ TRT
</summary>
<dc:date>2014-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
