<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
<title>Intellectual Repository at Rajamangala University of Technology Krung Tep</title>
<link href="https://dspace.rmutk.ac.th:443" rel="alternate"/>
<subtitle>The DSpace digital repository system captures, stores, indexes, preserves, and distributes digital research material.</subtitle>
<id xmlns="http://apache.org/cocoon/i18n/2.1">https://dspace.rmutk.ac.th:443</id>
<updated>2026-04-20T01:50:10Z</updated>
<dc:date>2026-04-20T01:50:10Z</dc:date>
<entry>
<title>การผลิตกรีนคอมพอสิตจากแป้งมันสำปะหลังกับนาโนเซลลูโลส</title>
<link href="http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/4830" rel="alternate"/>
<author>
<name>ขนิษฐา เจริญลาภ</name>
</author>
<author>
<name>กาญจนา ชินสำราญ</name>
</author>
<author>
<name>ปทุมทิพย์ ปราบพาล</name>
</author>
<id>http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/4830</id>
<updated>2025-09-18T03:42:41Z</updated>
<published>2559-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การผลิตกรีนคอมพอสิตจากแป้งมันสำปะหลังกับนาโนเซลลูโลส
ขนิษฐา เจริญลาภ; กาญจนา ชินสำราญ; ปทุมทิพย์ ปราบพาล
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตกรีนคอมพอสิตจากแป้งมันสำปะหลังกับนาโนเซลลูโลสจากใยมะพร้าว และศึกษาสมบัติเชิงกลและสมบัติทางเคมีของคอมพอสิตที่ได้ทดลองโดยใช้แป้งมันสำปะหลังเป็นส่วนผสมหลัก ใช้กลีเซอรอลเป็นพลาสติไซเซอร์ สมบัติต่างๆของกรีนคอมพอสิตแป้งมันสำปะหลังปรับปรุงด้วยอัลจิเนต และเส้นใยมะพร้าวในปริมาณต่างๆ ผลการทดลองพบว่าใยมะพร้าวทำให้แผ่นคอมพอสิตมีความต้านทานแรงดึงเพิ่มขึ้น โดยเส้นใยมะพร้าวที่ปรับสภาพด้วยสารต่างชนิดกัน ทำให้แผ่นคอมพอสิตมีความต้านทานแรงดึงต่างกัน กรีนคอมพอสิตที่ใช้เส้นใยมะพร้าวที่ปรับสภาพด้วยกรดซิทริกให้ค่าแรงดึง ความต้านทานแรงดึงดึง และมอดุลัสสูงที่สุด
</summary>
<dc:date>2559-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การอบแห้งสารสกัดโบรมีเลนจากน้้าคั้นเหง้าสัปปะรดด้วยวิธีการอบแห้งแบบแช่แข็งสุญญากาศ</title>
<link href="http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/4829" rel="alternate"/>
<author>
<name/>
</author>
<id>http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/4829</id>
<updated>2025-09-23T07:05:43Z</updated>
<published>2559-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การอบแห้งสารสกัดโบรมีเลนจากน้้าคั้นเหง้าสัปปะรดด้วยวิธีการอบแห้งแบบแช่แข็งสุญญากาศ
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการอบแห้งสารสกัดโบรมีเลนจากน้ำคั้นเหง้าสัปปะรดด้วยวิธีการอบแห้งแบบแช่แข็งจากเครื่องต้นแบบซึ่งใช้ระบบการทำความเย็นแบบอัดไอที่ติดตั้งเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการวิจัยอยู่ 2 ประการคือ เพื่อหาค่าประสิทธิภาพของเครื่องอบแห้งแบบแช่แข็ง (กำลังงานไฟฟ้า สัมประสิทธิ์สมรรถนะทางความร้อนและทางความเย็น) และการหาคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์อบแห้งทางเคมีและทางกายภาพ กระบวนการทดลองประกอบด้วย 2 กระบวนการคือ การแช่แข็งและการการอบแห้งแบบแช่แข็งผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะวัดค่าอุณหภูมิ ความดัน และกระแสไฟฟ้า ผลการทดลองพบว่า กำลังไฟฟ้าที่ใช้ขับคอมเพรสเซอร์ 1.8 kW สัมประสิทธิ์สมรรถนะการทำความเย็นและความร้อนอยู่ที่ 3.44 และ 4.44 ตามลำดับ นอกจากนั้นแล้วสารสกัดโปรมีเลนที่ได้จากการทำแห้งจากเครื่องอบแห้งจากการทดลองนี้ให้ค่าคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกันกับค่าที่ได้จากการทดลองในระดับ pilot-scale จากบริษัทเวลาเทคไบโอเทคโนโลยี การผสมผสานของกระบวนการทั้งสองให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิในการอบแห้ง
</summary>
<dc:date>2559-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้การบัญชีการจัดการเชิงกลยุทธ์สำหรับความสำเร็จขององค์กรการตรวจสอบเชิงประจักษ์ บริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย</title>
<link href="http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/4828" rel="alternate"/>
<author>
<name>ปทิดา ลิ้มชัยเจริญ</name>
</author>
<id>http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/4828</id>
<updated>2025-09-18T02:22:56Z</updated>
<published>2559-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้การบัญชีการจัดการเชิงกลยุทธ์สำหรับความสำเร็จขององค์กรการตรวจสอบเชิงประจักษ์ บริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย
ปทิดา ลิ้มชัยเจริญ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบของกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการใช้การบัญชีการจัดการเชิงกลยุทธ์ภายใต้กรอบแนวคิดเชิงสถานการณ์ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะขององค์กรที่ส่งผลต่อการใช้การบัญชีการจัดการเชิงกลยุทธ์ภายใต้กรอบแนวคิดเชิงสถานการณ์ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการมีส่วนร่วมของนักบัญชีในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการใช้การบัญชีการจัดการเชิงกลยุทธ์ภายใต้กรอบแนวคิดเชิงสถานการณ์ และ 4) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้การบัญชีการจัดการเชิงกลยุทธ์ ที่ส่งผลต่อผลสำเร็จขององค์กรภายใต้กรอบแนวคิดเชิงสถานการณ์ โดยท าการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้จัดการบัญชีของบริษัทผลิตอาหาร และเครื่องดื่มในประเทศไทยจำนวน 384 บริษัท โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่การวิเคราะห์สหสัมพันธ์พหุคูณ และการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณ ผลการวิจัยจากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า 1) บริษัทที่ใช้รูปแบบกลยุทธ์เชิงรุกมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อการใช้การบัญชีการจัดการเชิงกลยุทธ์ (SMA usage) มากกว่าบริษัทที่ใช้รูปแบบกลยุทธ์ผู้ปกป้องของบริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย 2) บริษัทที่มี ลักษณะเฉพาะขององค์กรแบบการกระจายอำนาจมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการใช้การบัญชีการจัดการเชิงกลยุทธ์ (SMA usage)ของบริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยนอกจากนี้บริษัทที่มีขนาดใหญ่ไม่มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการใช้การบัญชีการจัดการเชิงกลยุทธ์ (SMA usage)ของบริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย 3) การมีส่วนร่วมของนักบัญชีในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการใช้การบัญชีการจัดการเชิงกลยุทธ์ของบริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย และ 4) การใช้การบัญชีการจัดการเชิงกลยุทธ์ ส่งผลต่อผลสำเร็จขององค์กรของบริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย; This study aims 1) to study the relationships among strategic types and strategic management accounting ( SMA) usage contingency framework 2) to study the relationships among decentralization organizational characteristics and strategic management accounting ( SMA) usage contingency framework 3) to study the relationships among accountant participation in strategic decision making and strategic management accounting (SMA) usage contingency framework and 4) to study the relationships among strategic management accounting (SMA) usage and success of organizational contingency framework. Here, 384 accounting manager of food businesses in Thailand. The regression analysis in employed to examine hypothesis. The results shows that 1) strategic management accounting (SMA) usage is greater in prospector strategy than in defender strategyof food businesses in Thailand, 2) decentralization organizational characteristics have a significant positive association with strategic management accounting (SMA) usage of food businesses in Thailand, Moreover, size have a no significant positive association with strategic management accounting (SMA) usage of food businesses in Thailand. 3) accountant Participation in Strategic Decision Making have a significant positive association with strategic management accounting (SMA) and 4) strategic management accounting (SMA) usage have a significant positive association with success of organizational of food businesses in Thailand.
</summary>
<dc:date>2559-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การใช้ประโยชน์จากลิ้นทะเลในการเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชันเพื่อผลิต ไบโอดีเซลต้นทุนต่ำ ตอนที่ 2</title>
<link href="http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/4827" rel="alternate"/>
<author>
<name>กนกวรรณ ง้าวสุวรรณ</name>
</author>
<id>http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/4827</id>
<updated>2025-09-22T07:04:13Z</updated>
<published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การใช้ประโยชน์จากลิ้นทะเลในการเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชันเพื่อผลิต ไบโอดีเซลต้นทุนต่ำ ตอนที่ 2
กนกวรรณ ง้าวสุวรรณ
งานวิจัยนี้ศึกษาภาวะที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชันของน้ำมันปาล์ม&#13;
สำหรับการผลิตไบโอดีเซล โดยเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยา CaO จากลิ้นทะเล ด้วยวิธีการแคลไชน์ที่&#13;
อุณหภูมิ 900"C และนำไปเตรียมเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา KOH/CaO จากลิ้นทะเล โดยวิธีเอิบชุ่ม&#13;
สารละลาย KOH ความเข้มข้น 20 96wt ที่อุณหภูมิ 600"C นาน 4 h ทดสอบความว่องไวของตัวเร่ง&#13;
ปฏิกิริยาโดยการเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชันของเมทานอลกับน้ำมันปาล์มในเครื่องปฏิกรณ์&#13;
แบบกะ และหาภาวะที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิชันในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ&#13;
พบว่าที่อัตราส่วนโดยโมลของเมทานอลกับน้ำมันปาล์ม 6:1 และปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยา KOH/CaO&#13;
10 %wt ที่ 240 min จะให้ผลได้ของ FAME ที่ดีที่สุดในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ และเครื่องปฏิกรณ์ที่&#13;
ใช้คลื่นเหนือเสียงร่วมกับการกวน เท่ากับ 87.31 และ 94.70% ตามลำดับ และตัวเร่งปฏิกิริยา&#13;
KOH/CaO จากลิ้นทะเลไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เนื่องจากตัวเร่งปฏิกิฏิกิริยาเกิดการเสื่อมสภาพ&#13;
จากการชะละลายของตำแหน่งว่องไว (Leaching) ดังนั้นการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา KOH/CaO จากลิ้น&#13;
ทะเลสำหรับการผลิตไบโอดีเซลจะช่วยในด้านของการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากช่วยลดขั้นตอน&#13;
การล้างไบโอดีเซลและเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับลิ้นทะเลเหลือทิ้งจากประมงแต่ต้องมีการศึกษาถึง&#13;
วิธีการเตรียมที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของตัวเร่งปฏิกิริยา KOH/CaO จากการชะละละลาย
</summary>
<dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
