• Login
    View Item 
    • home Home
    • สำนักและสถาบัน
    • สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • กฤตภาค/ ข่าวออนไลน์
    • ปี พ.ศ.2562
    • ข่าวการศึกษา
    • View Item
    •   Home
    • สำนักและสถาบัน
    • สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • กฤตภาค/ ข่าวออนไลน์
    • ปี พ.ศ.2562
    • ข่าวการศึกษา
    • View Item
    JavaScript is disabled for your browser. Some features of this site may not work without it.

    Browse

    All of DSpaceCommunities & CollectionsBy Issue DateAuthorsTitlesSubjectsThis CollectionBy Issue DateAuthorsTitlesSubjects

    My Account

    LoginRegister

    คอลัมน์ จับกระแส: ห้องเรียนแห่งอนาคต'คำตอบ'ต้องค้นหาด้วยตัวเอง

    Thumbnail
    View/Open
    C-190102011115.pdf (549.2Kb)
    Date
    2562-01-02
    Author
    หทัยรัตน์, ดีประเสริฐ
    Metadata
    Show full item record
    Abstract
    ว่ากันว่าปัจจุบันโรงเรียนหลายแห่งปรับรูปแบบการเรียน การสอนอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน ด้วยจุด ประสงค์เพื่อพัฒนาผู้เรียนช่วยสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีส่วนร่วม และนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชา ในสภาพแวดล้อมของห้องเรียนที่เอื้อให้เด็กได้คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา ทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อสื่อสารแบ่งปันสิ่งที่ตัวเองค้นพบ และสร้าง แรงบันดาลใจและประโยชน์ให้คนรอบข้างได้ ดังนั้นห้องเรียนยุคใหม่ ต้องสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กอยากเรียนรู้ให้ได้ โดยการเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนคิด ตั้งคำถาม และออกไปค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ซึ่งเป็น การเรียนรู้แบบยั่งยืน ห้องเรียน "ยุคใหม่" ต้องออกแบบให้เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะแห่ง ศตวรรษที่ 21 ที่จะเตรียมความพร้อมเด็กสู่ชีวิตและการทำงานจริง ซึ่งทักษะเหล่านี้คือ ทักษะการสื่อสาร เพื่อสามารถนำเสนอความคิดเห็น ของตนเองและสื่อสารกับผู้อื่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ ผ่านกระบวนการ เรียนรู้แบบ STEM ที่ประยุกต์ใช้ความรู้จากหมวดต่างๆ ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี ฝึกให้เด็กรู้จักตั้งคำถามและฝึกให้มีกระบวนการคิดเพื่อหา คำตอบ ทักษะการทำงานร่วมกันและทักษะการคิดสร้างสรรค์ เด็กรุ่นใหม่ต้องใช้ทักษะเหล่านี้ ผนวกกับความสามารถในการใช้ เทคโนโลยีให้เป็นเพื่อช่วยให้เข้าถึงความรู้ต่างๆ ด้วยตนเองอย่างไม่มี ขีดจำกัด เด็กรุ่นใหม่โชคดีตรงที่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้มากมาย ด้วยเทคโนโลยีเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส แต่ควรต้องฝึกฝนพัฒนา ทักษะในการเชื่อมต่อความรู้ต่างๆ ที่มีเข้าด้วยกันลงมือทำวิจัย เรียนรู้ จากของจริง จะทำให้เข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง เพราะการเรียนรู้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในห้องเรียนเท่านั้น ดังนั้นครูในอนาคตจะต้องสอนเด็กให้ทำงานได้ ทำงานเป็น มีความเชี่ยวชาญจริง ไม่ใช่สอนเพื่อไปสอบ เพื่อได้ปริญญา ควรสร้างเด็ก ให้คิดนอกกรอบและรู้จักสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพราะยุค Disruption ใบปริญญาอาจจะไม่มีความสำคัญเท่าเดิมอีกแล้ว เห็นได้จากยอด ผู้สมัครทีแคสต่ำกว่าเป้าที่ต้องการรับนักศึกษา ยิ่งเมื่อมี IOT (internet of things) ที่เรียกว่า อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่งในปี ค.ศ.2019-2021 สัญญาณคลื่นเครือข่ายไร้สาย 5G จะเข้ามาในระบบสามารถส่งข้อมูลได้ ด้วยความเร็วสูงมากกว่าเดิมเมื่อนั้นการเรียนการสอนต่างๆ ในห้องเรียน ต้องเปลี่ยนไปให้สอดคล้องตามเทคโนโลยี "ครู" ต้องจัดการเรียนการสอนต้องตอบโจทย์เทรนด์ต่างๆ ของ เทคโนโลยี สอนให้เด็กสร้างปัญหาก่อนจากนั้นนำเครื่องมือไปแก้ปัญหา ตรงนั้นให้ได้ ทำให้เด็กนำไปใช้ได้ตลอดชีวิตการพัฒนาทักษะแห่ง อนาคตเข้าด้วยกันแล้วจะสามารถช่วยยกระดับองค์ความรู้และลดความ เหลื่อมล้ำด้านการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะว่าหลายองค์กรต่างมองหาบุคลากรที่มีความสามารถ ในการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีความยืดหยุ่นในการปรับตัว เพื่อทำงาน ร่วมกับผู้อื่น จึงเป็นคำถามให้กลับมามองการศึกษาว่าได้เตรียม ความพร้อมให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานและสามารถแข่งขัน ระดับนานาชาติได้มากน้อยแค่ไหน
    URI
    http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/3078
    https://edu.iqnewsclip.com/newsservice.aspx
    Collections
    • ข่าวการศึกษา

    DSpace software copyright © 2002-2015  DuraSpace
    Contact Us | Send Feedback
    Theme by 
    @mire NV
     

     


    DSpace software copyright © 2002-2015  DuraSpace
    Contact Us | Send Feedback
    Theme by 
    @mire NV