• Login
    View Item 
    • home Home
    • สำนักและสถาบัน
    • สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • กฤตภาค/ ข่าวออนไลน์
    • ปี พ.ศ.2562
    • ข่าวการศึกษา
    • View Item
    •   Home
    • สำนักและสถาบัน
    • สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • กฤตภาค/ ข่าวออนไลน์
    • ปี พ.ศ.2562
    • ข่าวการศึกษา
    • View Item
    JavaScript is disabled for your browser. Some features of this site may not work without it.

    Browse

    All of DSpaceCommunities & CollectionsBy Issue DateAuthorsTitlesSubjectsThis CollectionBy Issue DateAuthorsTitlesSubjects

    My Account

    LoginRegister

    เปิด'5ทักษะ'เด็กไทยปี2019 สู่เยาวชนคุณภาพเพื่ออนาคต

    Thumbnail
    View/Open
    C-190104011100.pdf (675.8Kb)
    Date
    2562-01-04
    Author
    กรุงเทพธุรกิจ
    Metadata
    Show full item record
    Abstract
    กรุงเทพธุรกิจ เด็กๆ ที่กำลังเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในปัจจุบัน ย่อมได้รับอิทธิพลสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว ซึ่งมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นนโยบายสำคัญของทุกประเทศ ที่ต้องการส่งเสริมผลักดันให้มีความรู้ความสามารถ ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รองศาสตราจารย์ ดร.นพ.ชัยเลิศ พิชิตพรชัย ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบสารสนเทศ TCAS62(ทปอ.) ได้ให้ความเห็น เกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพของเด็กไทยใน ปี 2562 เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไว้ว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน อาจไม่สามารถบ่งชี้ศักยภาพของเด็กได้ เนื่องจากพบว่าเด็กๆส่วนใหญ่ ยังขาดทักษะการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ จากปัญหาที่เด็กไทย ยังรู้ไม่เท่าทันสื่อ คือมุ่งเน้นการใช้งานเพื่อความบันเทิง มากกว่าการแสวงหาสาระความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ จึงเป็นเรื่องที่ น่าเสียดายที่เนื้อหาสาระที่มีอยู่มากมายไม่ได้ ถูกนำมาใช้ ใช้เทคโนโลยีเป็นและเท่าทันสื่อ ซึ่งหากวันนี้เราสามารถปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ โดยสถาบันครอบครัวควรมีหน้าที่ส่งเสริมตั้งแต่วัยเด็ก เพราะมีความใกล้ชิด กับเด็กมากที่สุด และมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมพฤติกรรมที่เหมาะสมกับเด็กได้โดยตรง จะช่วยให้เด็กไทยมีภูมิคุ้มกันทางความคิด มีวุฒิภาวะ สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนเหมาะสม หรือไม่เหมาะสม ไม่หลงเชื่อ เนื้อหาที่ได้อ่าน ได้ยิน ได้ฟังในทันที แต่สามารถคิด วิเคราะห์ สงสัย และรู้จักตั้งคำถามว่า สิ่งนั้น จริงหรือไม่จริง ใครเป็นคนให้ข้อมูลเขาต้องการสื่ออะไร หรือมีจุดมุ่งหมายแอบแฝงหรือไม่ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ก้าวข้ามสิ่งเร้าต่างๆที่ไม่เหมาะสมไปได้ เรียนสนุกไม่ใช่เรียนเพื่อสอบ นอกจากนี้คุณสมบัติอีกข้อของเด็กยุคใหม่ ที่สังคมคาดหวังคือกล้าที่จะคิด กล้าแสดงออก เพราะมีส่วนสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ ที่มี ไปสู่การใช้งานได้จริง โดยเริ่มฝึกจากการ ช่างคิด ช่างสังเกต กล้าที่จะถาม มุ่งมั่นเพื่อหา คำตอบ จะช่วยให้บรรยากาศในการเรียนรู้ของ เด็กๆ สนุกมากขึ้น และยังช่วยให้เกิดทักษะด้านอื่นๆ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียการออกแบบ พัฒนาศักยภาพตนเอง ซึ่งเป็น จุดเริ่มต้นของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสิ่งต่างๆ และก่อให้เกิดกลไกการพัฒนาไม่หยุดนิ่ง ซึ่งกระบวนการนี้คุณครูอาจมีส่วนช่วยในการส่งเสริม โดยเปิดโอกาสให้เด็กได้ลองตั้ง คำถาม เพื่อร่วมกันหาคำตอบในชั้นเรียน สื่อสารให้ได้อย่างน้อย3ภาษา ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบสารสนเทศ TCAS62 กล่าวต่อว่านอกจากความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีแล้ว ทักษะที่เด็กในยุคนี้ควรมีติดตัว คือภาษาต่างประเทศ โดยเด็กๆ ควรจะต้องรู้อย่างน้อย 3 ภาษา เพราะไม่ใช่แค่บทบาทการสื่อสารใน ชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ได้เปรียบใน การเรียนรู้ เพราะเด็กๆ สามารถเปิดมุมมองใหม่ๆ สัมผัสวิธีคิด วัฒนธรรม การขับเคลื่อนทางสังคม ที่ได้จากการอ่าน การดู การฟังจาก สื่อในรูปแบบต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันมีสื่อการเรียนการสอนมากมาย ที่ช่วยให้เด็กๆได้มีโอกาสในการเรียนภาษาต่างๆ นอกห้องเรียนได้ด้วยตนเอง เช่น คลิปวิดีโอออนไลน์ เว็บไซต์ หรือแม้แต่การฝึกทำแบบทดสอบ ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ได้อีกทางหนึ่ง ประยุกต์ใช้ทักษะหลากหลาย ปัจจุบันตลาดแรงงานมีความต้องการคนที่มีทักษะการทำงานที่หลากหลายในคนเดียวกัน ดังนั้น ช่วงวัยเรียนของเด็กๆ ในทุกๆช่วงวัย ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญในการเพิ่มพูนทักษะของตนเองจากองค์ความรู้ที่มีอยู่ มีทักษะความรู้ด้านเดียวไม่พอ ต้องหาความรู้ แขนงอื่นๆเพิ่มเติมด้วย และหัวใจสำคัญของ การพัฒนาทักษะของตนเอง คือ รู้จักการนำความรู้ด้านต่างๆ มาประยุกต์ใช้ได้จริง โดยการฝึกและลงมือทำทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆสะสมชั่วโมงบิน โดยให้เชื่ออยู่เสมอว่า ยิ่งใช้เวลา กับการฝึกฝนมากเท่าไหร่ ก็จะค่อยๆ เชี่ยวชาญมากขึ้นเท่านั้น อย่าเพิ่งยอมแพ้ให้กับความล้มเหลวเพียงไม่กี่ครั้ง มีจิตอาสา-สำนึกสาธารณะ ท่ามกลางความเจริญทางวัตถุและ ไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนไป ขับเคลื่อนให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น แต่สิ่งที่ช่วยสังคมมีความน่าอยู่และเกิดวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน อย่างผาสุข คือ การมีจิตสำนึกสาธารณะ มีจิตใจ อาสา โอบอ้อมอารี มีไมตรีจิตต่อกัน เพราะต่อให้ ในประเทศมีทรัพยากรมนุษย์ที่เก่ง ฉลาด มาก แค่ไหน แต่ขาดความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาในภาพรวมได้ ซึ่งเด็กๆ อาจเริ่มจากการสำรวจ สิ่งใกล้ตัว ช่วยเหลืองานบ้าน ยื่นมือทำงานจิตอาสาในชุมชน ก็จะกลายเป็นคนที่เก่งทั้ง วิชาการและเป็นที่ต้องการของสังคมด้วย
    URI
    http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/3232
    http://edu.iqnewsclip.com/newsservice.aspx
    Collections
    • ข่าวการศึกษา

    DSpace software copyright © 2002-2015  DuraSpace
    Contact Us | Send Feedback
    Theme by 
    @mire NV
     

     


    DSpace software copyright © 2002-2015  DuraSpace
    Contact Us | Send Feedback
    Theme by 
    @mire NV