• Login
    View Item 
    • home Home
    • สำนักและสถาบัน
    • สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • กฤตภาค/ ข่าวออนไลน์
    • พ.ศ. 2550 - ปี พ.ศ. 2559
    • ข่าวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
    • View Item
    •   Home
    • สำนักและสถาบัน
    • สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • กฤตภาค/ ข่าวออนไลน์
    • พ.ศ. 2550 - ปี พ.ศ. 2559
    • ข่าวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
    • View Item
    JavaScript is disabled for your browser. Some features of this site may not work without it.

    Browse

    All of DSpaceCommunities & CollectionsBy Issue DateAuthorsTitlesSubjectsThis CollectionBy Issue DateAuthorsTitlesSubjects

    My Account

    LoginRegister

    คอลัมน์ รู้ไปโม้ด: ทักทาย (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ)

    Thumbnail
    View/Open
    C-150610012161.pdf (648.9Kb)
    Date
    2558-06-10
    Author
    ข่าวสด
    Metadata
    Show full item record
    Abstract
    นำข้อมูลจากบทเรียนออนไลน์ของ อ.ชวัลนุช อุทยาน สาขาวิชาการท่องเที่ยว คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลกรุงเทพ มาเป็นคำตอบ ว่าธรรมเนียมการทักทายนั้น แตกต่างกันไปในแต่ละวัฒนธรรมและกาลเทศะ รวมไปถึงสถานะทางสังคมด้วย เริ่มที่การยกสองมือขึ้นประนมหว่างอก หรือที่เราเรียกว่า ไหว้ การไหว้ใช้ในธรรมเนียมไทยมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นการทักทาย บอกลา แสดงความเคารพ หรือขอโทษ นอกจากนี้ ยังจะได้ เห็นว่ามีชาวพุทธในวัฒนธรรมอื่นๆ ใช้การไหว้ในการทักทายและอำลาเช่นกัน ขณะที่ชาวอินเดียยกมือไหว้ นมัสเต เมื่อทักทายผู้สูงวัย แต่ถ้าไปที่ญี่ปุ่น การประกบฝ่ามือและค้อมตัวลง เรียกว่า กัสโช เป็นกิริยาแสดงความเคารพ ไม่ได้ใช้ในยามทักทายกันตามปกติ สำหรับคนญี่ปุ่น การไหว้ของคนไทยเปรียบได้กับการโค้ง ญี่ปุ่นใช้ในการทักทาย แสดงความเคารพ ขอโทษ และแสดงความเสียใจ โดยท่าโค้งปกติต้องเริ่มจากการเหยียด หลังตรง สุภาพบุรุษปล่อยมือสองข้างแนบลำตัว ส่วนสุภาพสตรีประสานมือไว้หน้าตัก ทอดตาลงต่ำ และเริ่มโค้งตัวลงจากเอว ยิ่งโค้งต่ำ ก็ยิ่งแสดงถึงความเคารพอย่างสูงส่วนชาวยุโรปยุคก่อนมีวัฒนธรรมการโค้งทักทาย เช่นกัน ถ้าดูภาพยนตร์ย้อนยุคอาจจะคุ้นกับภาพฝ่ายชายยกมือซ้ายขึ้นมาที่ระดับท้อง มือขวาผายออกจากลำตัว แล้วโค้งตัวลง ฝ่ายหญิงทักทายด้วยการถอนสายบัว แต่ยุโรปยุคใหม่ภาพที่เห็นได้บ่อยกว่าคือการทักทายแบบ แก้มชนแก้ม ซึ่งใช้ในการทักทาย แสดงความยินดี ให้กำลังใจ หรือแสดงความเคารพ โดยไม่มีอารมณ์โรแมนติกเจือปน การทักทายแบบนี้พบมากทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกา ซึ่งทั้งชายและหญิงชนแก้มทักทายโดยไม่จำเป็นต้องสนิทกัน และส่วนใหญ่แก้มชนกัน 2-3 ครั้ง อาจกอดหรือเช็กแฮนด์ร่วมด้วยเทียบกับยุโรปแล้ว ชาวทวีปอเมริกา เหนือไม่ค่อยนิยมทักทายแบบแก้มชนแก้ม แต่นิยมเช็กแฮนด์มากกว่า การเช็กแฮนด์ หรือจับมือกันแล้วเขย่า เป็นธรรมเนียมปฏิบัติเมื่อพบกัน-จากกัน แสดงความยินดี หรือทำเมื่อบรรลุ ข้อตกลง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความตั้งใจดี และอาจมีต้นกำเนิดมาจากการแสดงให้เห็นว่า ในมือไม่มีอาวุธ ธรรมเนียม การเช็กแฮนด์ปกติจะต้องใช้มือขวาในบางสังคมถือทีเดียวว่าการยื่นมือซ้ายให้เป็นการดูถูก เพราะมองว่ามือซ้ายซึ่งใช้ชำระล้างหลังเข้าห้องน้ำเป็นมือที่ไม่สะอาดเว้นก็แต่เหล่าลูกเสือที่เช็กแฮนด์กันด้วยมือซ้าย เนื่องจากมือซ้ายเป็นมือที่ใช้ถือเครื่องกำบัง ขณะที่มือขวาถืออาวุธ การยื่นมือซ้ายให้ จึงเป็นสัญลักษณ์ของการแสดง ความเชื่อมั่นในคนที่จะจับมือด้วย ซึ่งอาจจะกำลังถืออาวุธอยู่ในมือขวาการทักทายอีกรูปแบบที่ใกล้เคียงกับการเช็กแฮนด์ คือ การจุมพิตหลังมือ ซึ่งผู้มีสถานะทางสังคมสูงกว่า หรือฝ่ายหญิง เป็น ผู้ยื่นมือออกมาให้อีกฝ่ายจุมพิตทักทาย หรือแสดงความเคารพการจูบมือแบบตะวันตกเริ่มจาก ฝ่ายหนึ่งยื่นมือออกมาโดยคว่ำฝ่ามือ อีกฝ่ายโค้งตัวลงใช้ริมฝีปากสัมผัส (หรือทำท่าสัมผัส) ที่ข้อนิ้ว โดยประคองมือที่ยื่นมาไว้หลวมๆ การจูบหลังมือต้องทำอย่างรวดเร็ว ไม่อ้อยอิ่ง มิเช่นนั้นจะกลายเป็นการลวนลามการทักทายลักษณะนี้กระทำกันอย่างแพร่หลายในยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19 ก่อนจะเริ่มเลือนหายในศตวรรษที่ 20 ผู้ชายไม่นิยมจุมพิตฝ่ามือชายด้วยกัน แม้แต่การจุมพิตมือผู้หญิงก็ไม่ค่อยจะมีให้เห็นบ่อย นอกจากในแวดวงชนชั้นสูง หรือนักการทูตสำหรับในประเทศมุสลิมหลายประเทศ การจุมพิตหลังมือ เป็นเรื่องปกติที่ผู้น้อยจะกระทำต่อผู้อาวุโส โดยหลังการจับมือทักทาย ฝ่ายผู้น้อยจะหงายฝ่ามือตัวเองขึ้น ประคองฝ่ามือของผู้ใหญ่ไว้แล้วจูบที่หลังมือเพื่อแสดงความเคารพ
    URI
    http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/3535
    Collections
    • ข่าวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

    DSpace software copyright © 2002-2015  DuraSpace
    Contact Us | Send Feedback
    Theme by 
    @mire NV
     

     


    DSpace software copyright © 2002-2015  DuraSpace
    Contact Us | Send Feedback
    Theme by 
    @mire NV