• Login
    View Item 
    • home Home
    • สำนักและสถาบัน
    • สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • กฤตภาค/ ข่าวออนไลน์
    • พ.ศ. 2550 - ปี พ.ศ. 2559
    • ข่าวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
    • View Item
    •   Home
    • สำนักและสถาบัน
    • สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • กฤตภาค/ ข่าวออนไลน์
    • พ.ศ. 2550 - ปี พ.ศ. 2559
    • ข่าวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
    • View Item
    JavaScript is disabled for your browser. Some features of this site may not work without it.

    Browse

    All of DSpaceCommunities & CollectionsBy Issue DateAuthorsTitlesSubjectsThis CollectionBy Issue DateAuthorsTitlesSubjects

    My Account

    LoginRegister

    มทร.กรุงเทพพลิก'มือหนึ่ง'ผลิตช่างตั้งเป้าเป็นม.สร้างสรรค์/ป้อนแรงงานชั้นดีตลาดอาเซียน

    Thumbnail
    View/Open
    C-130723008082.pdf (979.5Kb)
    Date
    2556-07-23
    Author
    ไทยโพสต์
    Metadata
    Show full item record
    Abstract
    มทร.กรุงเทพปรับตัวครั้งใหญ่ วางตำแหน่งเป็นผู้นำสถาบันผลิตบัณฑิตสายช่างของประเทศ ยกระดับไปถึงเป็นแหล่งป้อนแรงงานชั้นดีให้กับตลาดในอาเซียน เปิดสองวิชาใหม่ "กล้าคิดกล้าทำ" กระตุ้นเด็กให้มีความคิดสร้างสรรค์ เผยโลกเปลี่ยนไปแล้ว จะผลิตเด็กแบบเดิมๆ ไม่ได้ต่อไปอีก ต้องปรับตัวให้ทันเหตุการณ์ ดร.สาธิต พุทธชัยยงค์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน มทร.กรุงเทพรับนักศึกษาปีละประมาณ 4,000 คน แต่มีนักศึกษาที่จบจากสายสามัญสัดส่วนมากถึง 2 ใน 3 เปลี่ยนแปลงจากอดีตที่จะมีเด็กจบ ปวช.มากกว่า หรือ 2 ใน 3 และมีเพียงเด็ก ม.6 ที่มาเรียนเพียง 1 ส่วนเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าค่านิยมของผู้ปกครองได้เปลี่ยนไป เห็นความสำคัญของสายอาชีพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เด็กที่จบจากสายสามัญและ ปวช.จะมีจุดอ่อน-จุดแข็งแตกต่างกัน เด็กสายสามัญมีจุดอ่อนด้านภาคปฏิบัติ แต่มีจุดแข็งด้านวิชาสามัญ ขณะที่เด็ก ปวช.จะมีทักษะด้านภาคปฏิบัติ แต่มีจุดอ่อนด้านวิชาการ ดังนั้นทาง มทร.กรุงเทพฯ จึงได้สร้างตึกสิรินทร เป็นอาคารศูนย์กลางปฏิบัติการรวม ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะคุรุศาสตร์อุตสาหกรรม ตลอดจนเป็นยังศูนย์รวมห้องปฏิบัติการสำหรับราย วิชาเรียนภาคปฏิบัติของนักศึกษาในคณะต่างๆ ที่ต้องใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือฝึกวิชาชีพเพื่อประกอบการเรียนการสอน "เด็กทั้งสองกลุ่มมีพื้นฐานแตกต่างกัน เราจึงมีคอร์สปรับพื้นฐานคนละแบบ เด็กสายสามัญจะต้อง ปรับเรื่องภาคปฏิบัติ ส่วนเด็ก ปวช.ต้องปรับเรื่องวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ เราได้ทำดิจิตอล เลิร์นนิง ลงทุนไป 34 ล้าน เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ได้นำไปศึกษาปรับพื้นฐานความรู้ที่เป็นจุดอ่อน ซึ่งอาคารสิรินทรที่เปิดใหม่จะเป็นศูนย์รวมอุปกรณ์เครื่องมือและสื่อการสอนสำหรับการเรียนภาคปฏิบัติ ที่มีความครบวงจรและมีความทันสมัยที่สุด" อธิการบดีกล่าว ดร.สาธิตกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม มทร.กรุงเทพพยายามมุ่งเดินหน้าไปสู่มหาวิทยาลัยความคิดสร้างสรรค์ โดยเปิด 2 หลักสูตรใหม่คือ "กล้าคิด และกล้าทำ" ขณะนี้เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศ วิชานี้เป็นวิชาเลือกเสรี แต่ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากนักศึกษาดีมาก ปัจจุบันเปิดคอร์สสองวิชาเป็นเทอมที่สองแล้ว สำหรับทั้งสองหลักสูตรใช้เวลาเตรียมการ 3 ปี ที่สำคัญคือการเปลี่ยนความคิดของอาจารย์ผู้สอนให้มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่ไปตีกรอบความคิดของตัวเอง และไม่ตีกรอบความคิดของเด็ก โดยอาจารย์ของ มทร.กรุงเทพ 600 คน จะต้องผ่านการอบรมอย่างเข้มข้นจากอาจารย์ต่างประเทศ เพื่อปูพรมความคิดใหม่ จากนั้นจะคัดกรองอาจารย์ที่ผ่านการคัดเลือกเหลือ 80 คน ที่จะเป็นอาจารย์ต้นแบบ สอนในวิชากล้าคิด และกล้าทำ สามารถไขว้การเรียนการสอนได้
    URI
    http://dspace.rmutk.ac.th/handle/123456789/3712
    https://edu.iqnewsclip.com/newsservice.aspx
    Collections
    • ข่าวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

    DSpace software copyright © 2002-2015  DuraSpace
    Contact Us | Send Feedback
    Theme by 
    @mire NV
     

     


    DSpace software copyright © 2002-2015  DuraSpace
    Contact Us | Send Feedback
    Theme by 
    @mire NV